วันจันทร์ที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2555

การเลี้ยงแมงดานา สร้างรายได้


สวัสดีค่ะ วันนี้จะนำเรื่องการเลี้ยงแมงดานามาฝากผู้เยี่ยมชมบล็อกนานาสาระเกษตรสามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำทีเดียวนะค่ะ มาติดตามกันค่ะ

เมื่อพูดถึงแมงดานา ทุกคนก็คงจะนึกถึงน้ำพริกแมงดาและก็คงจะเคยกินน้ำพริกแมงดากันมาบ้างแล้ว ปัจจุบันน้ำพริกแมงดาได้กลายเป็นสินค้าด้านอาหารที่ทำเป็นอุตสาหกรรมไปแล้ว โดยมีโรงงานผลิตน้ำพริกแมงดาบรรจุขวดออกจำหน่ายกันอย่างแพร่หลายในท้องตลาด และทำให้มีผู้บริโภคกันมากขึ้น เนื่องจากสามารถเก็บไว้รับประทานได้นาน ๆ และพกพาติดตัวไปรับประทานในการเดินทางได้สะดวกอีกด้วย แมงดาเป็นวัตถุดิบที่ค่อนข้างจะหายาก การที่จะจับแมงดาที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ เพราะว่าแมงดาจะออกมาให้จับเฉพาะฤดูฝนเท่านั้น ส่วนฤดูแล้งก็จะหลบหนีไปจำศีลตามโพรงไม้ ดังนั้นจึงเป็นโอกาสของผู้ที่สนใจอาชีพใหม่ ๆ ที่จะเลี้ยงแมงดาเพื่อการจำหน่ายเสริมรายได้ให้กับครอบครัว หรืออาจจะทำฟาร์มเลี้ยงเป็นอาชีพก็ได้ เพราะการเลี้ยงก็ง่าย ขายก็ได้ราคา

ขั้นตอนการเลี้ยงแมงดา
การเตรียมสถานที่
การทำบ่อสำหรับเลี้ยงแมงดานา
1. ให้เลือกเอาที่โล่งแจ้งใกล้แหล่งน้ำแต่น้ำท่วมไม่ถึง ประการสำคัญต้องเป็นสถานที่ที่ไม่พลุกพล่าน อาจจะเป็นมุมใดมุมหนึ่งสนามหลังบ้านก็ได้ เพราะบ่อเลี้ยงแมงดานาใช้พื้นที่ไม่มากนัก
ทำเลที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำจืด เช่น ท้องนา บึง หรือหนองน้ำตื้น ๆ และเป็นบริเวณที่มีแมลงชุกชุม
2. สูตรสำเร็จในการวางผังบ่อเขาว่าไม่มีด้านยาวเป็นบวกหนึ่งของด้านกว้าง ยกตัวอย่าง ขนาด 3x4เมตร หรือ 4x5 เมตร รวมพื้นที่บ่อประมาณ 20 ตารางเมตร จะสวยที่สุด สำหรับความลึกของบ่อจะอยู่ในราว 1-1.5 เมตร ไม่ควรมกหรือน้อยกว่านี้
3.พื้นที่บ่อที่ก่อจากซีเมนต์กันน้ำรั่วน้ำซึมได้นั้น ด้านข้างทั้งสี่ด้านควรลาดเททำมุม 45 องศา และตรงกลางบ่อน้ำเป็นหลุมลึกสักจุดหนึ่ง เพื่อเป็นที่รวมของเสียจะง่ายต่อการดูดกำจัดเพื่อทำความสะอาด

วันเสาร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2555

เพาะเลี้ยงปลวกเพื่อใช้เป็นอาหารไก่และปลา

การทำเกษตรทฤษฎีใหม่ด้านการเลี้ยงสัตว์  โดยยึดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการพึ่งพาตนเอง โดยการนำวัสดุอุปกรณ์ที่หาได้ภายในท้องถิ่น อาศัยหลักการพึ่งพาธรรมชาติในการเลี้ยง และวิธีการต่าง ๆ ที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต  ก็จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย
ปลวกเป็นอาหารเสริมที่มีคุณภาพสูง เกษตรกรสามารถเพาะเลี้ยงได้เอง และใช้เป็นอาหารสัตว์เพื่อช่วยลด ต้นทุนการผลิตได้   การเพาะเลี้ยงปลวก ทำได้โดย
1. ขุดหลุมพอเหมาะไม่ใหญ่นักจำนวน 7 หลุม คือ ให้ได้ครบ 1 อาทิตย์สำหรับเวียนใช้
2. หาเศษไม้แล้วนำมาไว้ในหลุม
3. รดน้ำเศษไม้ให้พอชุ่ม
4. หาผ้าที่พอดีกับหลุม มาคลุมไว้

วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์


สวัสดีค่ะ เพื่อนๆบล็อกนานาสาระเกษตร วันนนี้จะนำสาระเรื่องการเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์มาฝากกันนะค่ะ มาติดตามกันค่ะ
เงินลงทุน
ประมาณ 8,000 บาท ต่อการเลี้ยงกบในบ่อปูนซีเมนต์ 4 บ่อ
รายได้
ครั้งแรก 16,000 - 24,000 บาท
วัสดุ/อุปกรณ์
แม่พันธุ์-พ่อพันธุ์กบ ไม้ไผ่ทำแพหรือแผ่นโฟมทางมะพร้าว บ่อซีเมนต์ อาหารเม็ดสำหรับเลี้ยงลูกกบและกบโต
แหล่งจำหน่ายพันธุ์กบ
ฟาร์มเลี้ยงกบทั่วไป
บ่อกบ
วิธีดำเนินการ
1. การเลี้ยงกบควรเลือกพื้นที่เป็นที่สูงหรือที่ดอน มีลักษณะราบเสมอ ใกล้แหล่งน้ำ เพื่อสะดวกต่อการถ่ายเทน้ำ แต่ควรให้ห่างจากถนนเพื่อป้องกันเสียงรบกวน
2. สร้างบ่อซีเมนต์ขนาดกว้าง 1 เมตร ยาว 1.5 เมตร สูง 1 เมตร เพื่อใช้เพาะพันธุ์กบ จำนวน 1 บ่อ และสร้างบ่อขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 4 เมตร จำนวน 3 บ่อ โดยก่อแผ่นซีเมนต์และฉาบด้วยปูนซีเมนต์ ปูนที่ฉาบควรหนาเป็นพิเศษ ตรงส่วนล่างที่เก็บขังน้ำสูงจากพื้น 1 ฟุต พื้นล่างเทปูนหนาเพื่อรองรับน้ำ และมีท่อระบายน้ำอยู่ตรงส่วนที่ลาดที่สุด
4. พันธุ์กบที่จะเพาะเลี้ยง ควรเลือกกบนา เพราะเจริญเติบโตเร็วและเป็นที่นิยมของผู้บริโภค กบนาตัวผู้มีขนาดเล็กกว่าตัวเมีย เมื่อจับพลิกหงายขึ้นจะเห็นกล่องเสียง

วันอังคารที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนแดง

การเพาะเลี้ยงไส้เดือนแดง
วัสดุหรือภาชนะที่เลี้ยงควรใช้วงบ่อปูนขนาด 80 ม. – 1.20 ม. พื้นเทคอนกรีต  และเจาะรูระบายน้ำ นำฟางข้าวหรือเศษหญ้ามาแช่น้ำนาน 3-5 วันนำมารองพื้นวัสดุที่  ใช้้เพาะ เลี้ยงหนาประมาณ 1-2นิ้ว จากนั้นนำดินร่วน ผสมมูลสัตว์ อย่างละเท่าๆ กันใส่  ลงไปในภาชนะให้หน้าขึ้นมา 3-4 นิ้ว พรมน้ำ ให้ทั่วนำไส้เดือน ลงไปเลี้ยงหาวัสดุคลุม  หน้า  ดิน เพื่อป้องกันแสงแดด การให้อาหาร ควรให้อาหารเสริมทุก 3-4 วันเช่น เศษ  พืชผักขยะ  สด และมูลสัตว์ ซึ่งไส้เดือนชอบมาก

การเตรียม
ส่วนผสม
บ่อวงซีเมนต์ (ดิน ปุ๋ยคอก เศษผักผลไม้)
วิธีทำ
ใส้เดือน
เตรียมบ่อ ผสมส่วนผสมที่มีอยู่ให้เข้ากัน ใส่ลงในบ่อ นำตัวไส้เดือนลงปล่อย
วิธีใช้
ไส้เดือนที่ได้จากการเลี้ยงสามารถนำไปตกปลา
*หมายเหตุ*ไส้เดือนที่ได้จากการเลี้ยงเวลาเกี่ยวเบ็ดตัวไส้เดือนจะขาดไวกว่าไส้เดือนที่มีอยู่ในธรรมชาติ
 ข้อควรระวัง

1. ค่าความเป็นกรด ด่างของดินควรอยู่ในช่วงเป็นกลาง (PH=7)